Broker (นายหน้า) คืออะไร? มือใหม่ลงทุนหุ้นต้องรู้

Highlight 

  • Broker หรือ นายหน้า ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น หุ้น, พันธบัตร หรือ กองทุนรวม
  • โบรกเกอร์ คิดค่าธรรมเนียมในการให้บริการ เป็นค่าคอมมิชชั่น (Commission) หรือ มาร์กอัป (Markup) ทุกครั้งที่นักลงทุนทำธุรกรรม
  • โบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ ควรลงทะเบียนกับ SEC และเป็นสมาชิกของ FINRA และ SIPC เพื่อให้ความคุ้มครองแก่นักลงทุน ในกรณีที่บริษัทโบรกเกอร์ล้มละลายหรือหลักทรัพย์ถูกโจรกรรม แต่อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองนี้ ไม่ครอบคลุมถึงการขาดทุนจากการลงทุน

Broker (นายหน้า) คืออะไร?

โบรกเกอร์ คือ บริษัทหรือตัวบุคคล ที่ดำเนินธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น หุ้น, พันธบัตร, กองทุนรวม, กองทุน ETF และผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่น ๆ โดยสามารถทำหน้าที่แทนลูกค้า (ในฐานะโบรกเกอร์), ทำการซื้อขายเพื่อตนเอง (ในฐานะดีลเลอร์) หรือทั้งสองอย่างก็ได้

ตัวอย่างการทำงานของ Broker 

โบรกเกอร์จะทำหน้าที่รับและดำเนินคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับนักลงทุน โดยที่บางรายอาจให้คำแนะนำเกี่ยวกับการซื้อ, ขาย หรือ การถือครองสินทรัพย์ รวมถึงช่วยวางแผนกลยุทธ์การลงทุน เช่น แนะนำประเภทบัญชีที่เหมาะสมให้กับนักลงทุน และในบางเคส โบรกเกอร์อาจช่วยติดตามการลงทุนให้ลูกค้าเป็นระยะ ๆ อีกด้วย 

การคิดค่าธรรมเนียมแบบ ค่าคอมมิชชั่น (Commission) และมาร์กอัป (Markup) คืออะไร? 

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ จะคิดค่าธรรมเนียมเป็นรายรายการ เมื่อมีการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ซึ่งเรียกว่า ค่าคอมมิชชั่น (Commission) และมาร์กอัป (Markup) นอกจากนี้ นักลงทุนอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เช่น ค่าดูแลบัญชี หรือค่าบริหารการลงทุน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโบรกเกอร์

ความแตกต่างระหว่าง ค่าคอมมิชชั่น (Commission) และ มาร์กอัป (Markup) 

ค่าคอมมิชชั่นเป็น ค่าธรรมเนียม ที่นายหน้าหรือโบรกเกอร์เรียกเก็บจากลูกค้าทุกครั้งที่ทำการซื้อขายสินทรัพย์ สามารถคิดได้หลายแบบ มาร์กอัป (Markup)  คือ ส่วนต่างราคาที่โบรกเกอร์เพิ่มขึ้นจากราคาตลาดจริง โบรกเกอร์บางแห่งอาจใช้วิธีนี้แทนการคิดค่าคอมมิชชั่น หรือใช้รวมกัน

วิธีการเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสม ต้องเลือกยังไง? 

การเลือกโบรกเกอร์ที่ดีเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะสิ่งนี้ส่งผลต่อค่าธรรมเนียม การใช้งาน และความปลอดภัยของเงินลงทุน ดังนั้นก่อนเลือกใช้บริการกับโบรกเกอร์เจ้าไหน นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยสำคัญต่อไปนี้ 

  • บริการที่คุณต้องการ – เช็กก่อนเลยว่าโบรกเกอร์เจ้านั้น มีสินทรัพย์หรือบริการที่ตรงกับความต้องการของคุณหรือไม่ 
  • บริการจากโบรกเกอร์ – อย่าลืมเช็กว่ามีเครื่องมือช่วยเทรด แพลตฟอร์ม หรือมีการให้คำแนะนำที่เหมาะสมหรือไม่
  • ข้อจำกัดในการให้บริการ – เช่น มีการเงื่อนไขการฝากถอนอย่างไร หรือมีข้อจำกัดสำหรับนักลงทุนบางประเภทหรือไม่ 
  • ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย – โบรกเกอร์เจ้านั้น มีการคิดค่าคอมมิชชั่น, มาร์กอัป หรือค่าธรรมเนียมใด ๆ บ้าง 
  • โครงสร้างค่าตอบแทนของโบรกเกอร์ – ให้คุณทำความเข้าใจว่าโบรกเกอร์เจ้านั้นสร้างรายได้จากอะไร เช่น ค่าธรรมเนียมหรือส่วนต่างของราคา
  • ประวัติ – ให้คุณเช็กประวัติ, ใบอนุญาต และข่าวต่าง ๆ ของโบรกเกอร์เจ้านั้นเพื่อความมั่นใจ

การลงทะเบียนและความคุ้มครองของโบรกเกอร์ คืออะไร?

ตามปกติแล้วโบรกเกอร์จะต้องลงทะเบียน กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) และเป็นสมาชิกของ FINRA (Financial Industry Regulatory Authority) เพราะถ้าโบรกเกอร์ประสบปัญหาทางการเงิน หรือถูกโจรกรรมหลักทรัพย์ 

Securities Investor Protection Corporation (SIPC) ก็จะให้ความคุ้มครองแก่นักลงทุน แต่อย่างไรก็ตาม SIPC ไม่ได้คุ้มครองการขาดทุนจากการลงทุน ดังนั้น นักลงทุนควรเช็กให้ดีว่าโบรกเกอร์ที่สนใจนั้นมีการคุ้มครองนี้หรือไม่

การเลือกโบรกเกอร์ที่มี การลงทะเบียนและความคุ้มครอง เป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้คุณมั่นใจว่าเงินลงทุนของคุณจะปลอดภัย และได้รับการดูแลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้

เช็กโบรกเกอร์ได้ที่เว็บไหนบ้าง? 

สำหรับการตรวจสอบโบรกเกอร์เจ้าที่ได้รับอนุญาตและมีความน่าเชื่อถือ เทรดเดอร์สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศ เช่น

โบรกเกอร์หุ้นในไทย

  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) www.sec.or.th ใช้ในการตรวจสอบรายชื่อโบรกเกอร์หุ้นที่ได้รับใบอนุญาตในประเทศไทย และใช้ดูข้อมูลเกี่ยวกับโบรกเกอร์ว่ามีประวัติการถูกลงโทษหรือไม่
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) www.set.or.th ใช้ตรวจสอบรายชื่อสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์, ดูข้อมูลโบรกเกอร์ และค่าธรรมเนียมการซื้อขาย 

โบรกเกอร์หุ้นต่างประเทศ

  • สหรัฐอเมริกา Securities and Exchange Commission (SEC)  www.sec.gov ตรวจสอบว่าโบรกเกอร์ ได้รับใบอนุญาตหรือไม่
  • สหรัฐอเมริกา Financial Industry Regulatory Authority (FINRA) – BrokerCheck brokercheck.finra.org  ใช้ในการค้นหาประวัติโบรกเกอร์ ดูรีวิว และการดำเนินการทางกฎหมาย
  • ยุโรป European Securities and Markets Authority (ESMA) www.esma.europa.eu ดูรายชื่อโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลในยุโรป
  • สหราชอาณาจักร Financial Conduct Authority (FCA) register.fca.org.uk เช็กว่าโบรกเกอร์ในสหราชอาณาจักรมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่
  • ออสเตรเลีย Australian Securities and Investments Commission (ASIC) connectonline.asic.gov.au  ตรวจสอบโบรกเกอร์หุ้นที่ได้รับอนุญาตจากออสเตรเลีย
  • ฮ่องกง Securities and Futures Commission (SFC) www.sfc.hk ดูรายชื่อโบรกเกอร์ที่ได้รับการรับรองในฮ่องกง

 วิธีเช็กว่าโบรกเกอร์แห่งนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่

  • มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เป็นที่ยอมรับ
  • ไม่มีประวัติโดนลงโทษทางกฎหมาย
  •  มีรีวิวจากนักลงทุนที่เชื่อถือได้
  •  มีการแยกเงินทุนของลูกค้าออกจากบริษัท (Segregated Account)
  • เงื่อนไขการถอนเงินต้องโปร่งใส ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง

แนะนำโบรกเกอร์หุ้นที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ 

ไม่ว่าจะเป็นโบรกเกอร์ชื่อดังอย่าง IC Markets, AvaTrade, IG Group, Pepperstone, XM Group หรือเจ้าอื่น ๆ ในแต่ละโบรกเกอร์ต่างก็มีจุดแข็งที่แตกต่างกัน แต่โบรกเกอร์เจ้าไหนละที่เหมาะกับมือใหม่หัดเทรด ลองมาดูโบรกเกอร์ที่เราคัดกันมาเลย 

 1. AvaTrade  

AvaTrade เป็นโบรกเกอร์ระดับโลกที่ได้รับรางวัล และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากหลายหน่วยงาน มีสินทรัพย์ให้เทรดมากมาย เช่น Forex, คริปโต, หุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ ข้อดีคือ แพลตฟอร์มใช้งานง่าย เทรดได้ทุกอุปกรณ์ ไม่มีค่าคอมมิชชั่น

2.  IC Markets

IC Markets เป็นโบรกเกอร์จากออสเตรเลียที่ขึ้นชื่อเรื่อง สเปรดต่ำ, มีการบริการลูกค้าดี และมาพร้อมตัวช่วยในการเทรดขั้นสูง และยังให้บริการที่หลากหลาย เช่น หุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์ และ ฟอเร็กซ์ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการแพลตฟอร์มใช้งานง่าย มีสเปรดและค่าคอมมิชชั่นต่ำ, รองรับแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 (MT4) และ MetaTrader 5 (MT5) พร้อมบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน  

3. IG Group

IG Group เป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ออนไลน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก โบรกเกอร์เจ้านี้เหมาะกับมือใหม่เพราะมีแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย มีการเข้าถึงการลงทุนที่หลากหลาย มีทั้งเว็บเทรดและแอปมือถือที่เข้าใจง่าย มีบัญชีทดลอง (Demo Account) และมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง

มือใหม่ควรเลือกโบรกเกอร์ที่ มีใบอนุญาตถูกต้อง, ค่าธรรมเนียมต่ำ, ใช้งานง่าย และมีบริการลูกค้าดี เพื่อให้ลงทุนได้แบบสะดวกและปลอดภัย 

สรุป 

สุดท้ายนี้ การเลือกโบรกเกอร์ที่ใช่ขึ้นอยู่กับสไตล์การลงทุน, เป้าหมายทางการเงิน และระดับความรู้ของเทรดเดอร์ สำหรับคุณผู้อ่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ คุณคิดว่าโบรกเกอร์เจ้าไหนเหมาะกับคุณที่สุด? มาแชร์ความเห็น หรือลองนำคำตอบที่คิดขึ้นมาได้ไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุนกันนะ 

SOURCE : 

What is a Broker? Why Are They Essential for Your Investments? https://www.iux.com/en/education/article/what-is-a-broker-why-are-they-essential-for-your-investments 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *